Health

  • จะมีโรคระบาดอะไรที่มากับหน้าฝนบ้างนะ
    จะมีโรคระบาดอะไรที่มากับหน้าฝนบ้างนะ

    สายฝนอาจมีผลต่อความรู้สึก นอกจากจะต้องระวังเรื่องของอารมณ์ที่พลิ้วไหวแล้ว สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเรื่อยๆแบบนี้ เมื่อฝนเริ่มมาและอาการป่วยไข้เริ่มถามหา หากต้องกินยาลดไข้ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด หน้าฝนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลายชนิด แต่ละปีมีผู้ป่วยนับแสนราย จะมีโรคอะไรที่มากับหน้าฝนบ้างนะ

    จะมีโรคระบาดอะไรที่มากับหน้าฝนบ้างนะ

    1.) โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน  กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ รวมไปถึงโรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ

    อาการ  ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อ บิดอาจมีมูกหรือเลือดอุจจาระปนได้

    คำแนะนำ  กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

    2.) โรคไข้หวัดใหญ่ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ซึ่งปัจจุบันมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H3N2 และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝนได้

    อาการ  ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีน้ำมูกและไอร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงคือ ภาวะปอดอักเสบ

    คำแนะนำ  ใช้ผ้าปิดจมูก ล้างมือบ่อยๆ

    3.) โรคฉี่หนู (Leptospirosis) กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง มักพบการติดเชื้อชนิดนี้ได้ในสุนัขหรือสัตว์ตามฟาร์ม เช่น สุกร โค กระบือ รวมถึงสัตว์จำพวกหนู ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คือ เกษตรกร คนงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ คนหาปลาตามแหล่งน้ำจืด ผู้ที่ทำงานขุดท่อระบายน้ำ และคนที่ย่ำน้ำในที่น้ำท่วมขังนานๆ เป็นต้น

    อาการ  ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง ตาแดง ประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยโรคนี้อาจมีอาการรุนแรง เช่น ดีซ่าน ไตวาย หรือช็อกได้

    คำแนะนำ  ไม่ลุยน้ำขัง ใส่รองเท้าบูท

    4.) โรคไข้เลือดออก กลุ่มโรคที่มาจากยุง มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน ซึ่งจะวางไข่ในน้ำที่ขังอยู่ตามที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis) และโรคมาลาเรียที่ต้องระวัง

    อาการ ผู้ป่วยระยะแรกจะมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ได้แก่ อาการไข้ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการปวดกระดูกมาก ไข้จะสูงอยู่ประมาณ 2-7 วัน หลังจากนั้นไข้จะลดลง พร้อมกับอาการเลือดออกผิดปกติ มือเท้าเย็นหรือช็อกได้

    คำแนะนำ ทายากันยุง อยู่ห่างจากที่ยุงชุม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์

    นอกจากนี้หากโดนน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา อาจทำให้เป็นโรคตาแดงหรือโรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือการแช่น้ำสกปรกนานๆ ก็เป็นที่มาของปัญหาน้ำกัดเท้าที่เกิดจากเชื้อราได้เช่นกัน เมื่อฝนเริ่มมาและอาการป่วยไข้เริ่มถามหา หากต้องกินยาลดไข้ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด ห้ามกินยาในกลุ่มแอสไพรินอย่างเด็ดขาด เพราะมีอันตรายกับบางโรค คือโรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคฉี่หนู ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

    เนื้อหาจาก: https://www.thaihealth.or.th/

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  dvina-partner.com

Economy

  • กรุงศรี ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตรึงดอกเบี้ย
    กรุงศรี ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตรึงดอกเบี้ย

    กรุงศรี ประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย มีผล 4 ต.ค.นี้

    นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของธนาคารในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีแนวทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนโยบายการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ทั้งนี้กรุงศรียังคงให้ความสำคัญในการช่วยเหลือลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเปราะบางและลูกค้ารายย่อย จึงได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเพิ่มขึ้น 0.10-0.50% อีกทั้งได้พิจารณาลดผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ด้วยการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย และปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉพาะลูกค้ารายใหญ่ขึ้น 0.25%

    กรุงศรีปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้

    กรุงศรี
    -อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ เพิ่มขึ้น 0.10-0.50%
    -อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) เพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 5.83%
    -อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 6.20%
    -อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) คงเดิมที่ 6.05%

    ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : dvina-partner.com